UHY Thailand
Home About us Services News Join Us Locations Contact us
ต่างชาติ จ่ายค่าบริการให้บุคคลธรรมดา ค่าตัวศิลปิน
เลขที่หนังสือ : กค 0706/6478
     
วันที่ :

2 สิงหาคม 2549

     
เรื่อง :

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หัก ณ ที่จ่าย และภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีโอนค่าจ้างศิลปินไปต่างประเทศ

     
ข้อกฎหมาย : มาตรา 76 ทวิ และมาตรา 77 แห่งประมวลรัษฎากร
     
ข้อหารือ :
บริษัทฯ ประกอบกิจการจัดการแสดงคอนเสิร์ตและโชว์จากต่างประเทศ และได้ว่าจ้างศิลปินกับบริษัทที่ศิลปินสังกัดโดยตรง และติดต่อศิลปินผ่านทางนายหน้า (Agency) จึงขอทราบว่า
   
1. กรณีการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของนักแสดงต่างประเทศ บริษัทฯ เป็นผู้ยื่นรายการและชำระภาษีในนามคณะบุคคล บริษัทฯ จะขอให้กรมสรรพากรออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย เป็นภาษาอังกฤษในนามของนักแสดงต่างประเทศแต่ละคนได้หรือไม่
     
2. กรณีบริษัทฯ จ่ายค่าตอบแทนให้บริษัทต่างประเทศ ดังนี้
   
  (1) บริษัทฯ จ่ายค่าตอบแทนให้แก่บริษัท R ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อจัดให้มีการแสดงสเก็ตซ์น้ำแข็งดิสนีย์ออนไอซ์ ในประเทศไทย บริษัทฯ ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 5.0 เนื่องจากเป็นการจ่ายค่าจ้างให้แก่ ผู้จัดให้มีการแสดง ที่เป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศประกอบกิจการในประเทศไทย ใช่หรือไม่
     
  (2) บริษัทฯ จ่ายค่าตอบแทนให้แก่บริษัท G ที่นักแสดงสังกัดอยู่ ซึ่งจดทะเบียนในประเทศสหรัฐอเมริกา และนำศิลปินในสังกัดมาแสดงคอนเสิร์ตในประเทศไทย บริษัทฯ ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 5.0 ใช่หรือไม่ และยื่นแบบแสดงรายการประเภทใด และนักแสดงต้องยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอย่างไร
     
  (3) บริษัทฯ จ่ายค่าตอบแทนให้แก่บริษัทนายหน้าต่างประเทศซึ่งจดทะเบียนในประเทศสหรัฐอเมริกา ในการจัดหานักแสดงมาแสดง บริษัทฯ ต้องหักภาษีนำส่งโดยแยกเงินได้เป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นค่าตอบแทนที่นักแสดงได้รับ บริษัทฯ ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 5.0 และส่วนที่สอง เป็นเงินได้เฉพาะที่เป็นค่าตอบแทนที่บริษัทฯ ได้รับในการติดต่อจัดหานักแสดง ซึ่งในกรณีนี้มีอนุสัญญาระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งสหรัฐอเมริกา เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ บริษัทฯ ไม่ต้องหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินและนำส่งตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร ใช่หรือไม่ ค่าตอบแทนทั้งสองส่วนถือเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทใด และต้องยื่นแบบแสดงรายการประเภทใด
     
แนววินิจฉัย :
1. กรณีตาม 1. นักแสดงสาธารณะที่แสดงเป็นหมู่หรือคณะ ให้นำเงินได้อันเกิดจากการแสดงที่ได้รับทั้งสิ้น ไม่ว่าจะได้รับในนามของหมู่หรือคณะ หรือได้รับแยกเป็นรายบุคคล มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในนามคณะบุคคล ทั้งนี้ นักแสดงสาธารณะแต่ละคนไม่ต้องยื่นรายการเงินได้สำหรับจำนวนเงินได้พึงประเมินดังกล่าวเพื่อเสียภาษีเป็นรายบุคคลอีกตามมาตรา 56 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 102/2544ฯ ลงวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2544 เมื่อบริษัทฯ ได้ยื่นรายการและชำระภาษีไว้แล้วตามหลักฐานใบเสร็จของกรมสรรพากรในนามคณะบุคคล กรมสรรพากรจึงไม่สามารถออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย เป็นภาษาอังกฤษของนักแสดงแต่ละบุคคลให้ได้
   
2. กรณีตาม 2. (1) และ (2) บริษัทฯ จ่ายค่าตอบแทนให้บริษัท R และบริษัท G ซึ่งเป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อจัดให้มีการแสดงของนักแสดงสาธารณะในประเทศไทย โดยมีลูกจ้าง ผู้ทำการแทนหรือผู้ติดต่อในการประกอบกิจการในประเทศไทย เป็นเหตุให้ได้รับเงินได้หรือผลกำไรในประเทศไทย จึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทย ตามมาตรา 76 ทวิแห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 5.0 ของเงินได้ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 12 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 แต่หากบริษัท R และบริษัท G มิได้ให้บริการผ่านสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย เมื่อบริษัทฯ จ่ายค่าตอบแทนดังกล่าวให้แก่ทั้งสองบริษัทดังกล่าว จึงไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายแต่อย่างใด ทั้งนี้ ตามข้อ 5 และข้อ 7 แห่งอนุสัญญาระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งสหรัฐอเมริกาฯ ประกอบกับมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2505 และกรณีที่บริษัท R และบริษัท G เข้ามาดำเนินการเพื่อจัดให้มีการแสดงของนักแสดงสาธารณะในประเทศไทย เข้าลักษณะเป็นการ "บริการ" ตามมาตรา 77/1(10) แห่งประมวลรัษฎากร โดยผู้ประกอบการในราชอาณาจักร จึงอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2(1) แห่งประมวลรัษฎากร หากบริษัท R และบริษัท G ไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นการชั่วคราวตามมาตรา 85/3 แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อบริษัทฯ จ่ายเงินค่าบริการออกไปให้บริษัททั้งสอง บริษัทฯ มีหน้าที่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 83/6(1) แห่งประมวลรัษฎากร กรณีนักแสดงสาธารณะ ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในต่างประเทศ ได้เข้ามาแสดงในประเทศไทย และได้รับเงินได้จากการแสดง เงินได้ดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นเงินได้เนื่องจากหน้าที่งานหรือกิจการที่ทำในประเทศไทย นักแสดงสาธารณะนั้นมีหน้าที่ต้องนำเงินได้ที่ได้รับรวมทั้งประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทย ตามมาตรา 41 วรรคหนึ่งแห่งประมวลรัษฎากร กรณีนักแสดงสาธารณะมีถิ่นที่อยู่ในประเทศที่มีอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนกับประเทศไทย ให้ปฏิบัติตามข้อตกลงในอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนที่ประเทศไทยได้ทำไว้กับประเทศนั้นๆ
   
3. กรณีตาม 2(3) บริษัทฯ จ่ายเงินได้ให้บริษัทต่างประเทศซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการติดต่อจัดหานักแสดงมาแสดง และมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย บริษัทต่างประเทศมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากรายได้ที่ได้รับจากการติดต่อจัดหานักแสดงสาธารณะมาแสดงในประเทศไทย ทั้งนี้ เฉพาะเงินได้ที่เป็นค่าตอบแทนในการติดต่อจัดหานักแสดงสาธารณะเท่านั้น หากบริษัทต่างประเทศได้รับค่าตอบแทนรวมกับเงินได้ของนักแสดงสาธารณะอยู่ด้วย ให้หักเงินได้ของนักแสดงสาธารณะออกก่อน โดยบริษัทฯ ผู้จ่ายเงินได้มีหน้าที่หักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่าย ตามอัตราภาษีเงินได้สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ทั้งนี้ ตามมาตรา 40 (2) และมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร โดยนำส่งตามแบบ ภ.ง.ด. 54 ส่วนบริษัทต่างประเทศที่ไม่มีสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย บริษัทต่างประเทศนั้นจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทยตามข้อ 5 และตามข้อ 7 แห่งอนุสัญญาระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งสหรัฐอเมริกาฯประกอบกับมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2505 และเมื่อบริษัทฯ จ่ายเงินค่าจ้างให้แก่นักแสดงสาธารณะที่มีภูมิลำเนาในต่างประเทศผ่านบริษัทต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ในนามของนักแสดงสาธารณะโดยคำนวณหักไว้ตามอัตราที่กำหนดในบัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 9 (2)(ก) ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป 4/2528ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 และนำส่งกรมสรรพากรโดยใช้แบบ ภ.ง.ด. 3
   
     
เลขตู้ :

69/34397

UHY Yongyuth Accounting and Son Co., Ltd. is an independent member of Urbach Hacker Young International Limited (“UHY International”), a UK company, and forms part of the UHY International network of legally independent accounting and consulting firms. Any engagement you have is with UHY Yongyuth Accounting and Son Co., Ltd. and any services are provided by UHY Yongyuth Accounting and Son Co., Ltd. and not by UHY International or any other member firm of UHY International. “UHY” is the brand name under which members of UHY International provide their services: all rights to the UHY name and logo belong to UHY International, and the use of the UHY name and logo does not constitute any endorsement, representation or implied or express warranty by UHY International. UHY International has no liability whatsoever for services provided by UHY Yongyuth Accounting and Son Co., Ltd., nor any other members and UHY Yongyuth Accounting and Son Co., Ltd. has no liability whatsoever for services provided by other member firms of UHY International.